[Life] #TGS2012

posted on 16 Jan 2012 00:46 by aimakun
บังเอิญว่าปีนี้มีเรื่องที่ประทับใจและไม่ประทับใจกับงานหลายเรื่อง เลยต้องลงบันทึกไว้สักหน่อย :)
 
ส่วนตัวผมเอง TGS 2012 มีจุดเริ่มต้นก่อนไปงานต่างจากปีก่อน อย่างแรกคือ เป็นปีแรกที่ไม่มีความคาดหวังหรือติดตามเกมใดๆ เป็นพิเศษ อีกเรื่องคือการทำให้ Goal ของปีที่แล้วเป็นจริง สิ่งนั้นคือการแต่ง Cosplay :)
 
 
ภาพรวมงาน
 
โดยภาพรวมปีนี้ Thailand Game Show ดูด้อยกว่าปีก่อน จากเดิมผมนิยามว่าเป็น "มหกรรม (ลดแลกแจกแถม) ของเด็กเล่นเกม" ปีนี้เป็น "มหกรรมทดลองเกม" เน้นดึงผู้ชมให้ทดลองเล่นเกมต่างๆ มากขึ้น แต่หนึ่งคนมีเวลาต่อหนึ่งเกมสั้นมาก ดังนั้นเกมที่เล่นง่ายกว่าจะได้เปรียบ และค่อนข้างบังคับเล่นเกมมากขึ้น ต่างจากเดิมที่เป็นกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ ไม่ก็แจกง่ายๆ ให้ไปเลย
 
กิจกรรมประจำทุกปีอย่างการเสนอหน้าไปทักทาย @mistercontact (ลุงอ้วนแดง) ปีที่แล้วไม่มี topic ที่จะคุย แต่ปีนี้แกกลายเป็น CEO บริษัทหน้าใหม่อย่าง 7zeed จึงได้ topic ซึ่งไม่ได้ชวนคุยเองแต่มีหลายบุคคลที่คุ้นหน้าคุ้นตามายืนสนทนาโดยเราเป็นผู้ฟัง (เขาคงจะคุ้นหน้าล่ะ แต่ไม่รู้ว่าพรีสชุดขาวนี่ใครกัน :P) โดยรวมแล้ว 7zeed น่าจะไปทาง Game School ปั้นคนมาทำเกมเป็นหลัก คล้าย Opendream ที่ทำงานพอคุม cash flow แล้วหันไปทำเรื่องที่อยากทำได้สะดวก ..ยังไงก็ตามส่วนตัวผมไม่ได้คาดหวังว่าจะกลายเป็น Social Enterprise อีกเจ้าเพราะ Training น่าจะคิดกำไรอยู่บ้าง
 
ส่วนความเฟลหนึ่งเดียวในงานคือ ผมคาดหวังกับคำโฆษณา "Go inter มีค่ายเกมต่างประเทศมาร่วมงาน" ซึ่งเข้าใจไปเองว่าอาจจะได้เห็นบูธค่ายเกมใหญ่ๆ นอกประเทศในงานด้วย แต่กลายเป็นว่ามีแค่ boyaa (ค่ายจีนที่เปิดเกมภาคภาษาไทย) และ playinter เท่านั้น
 
(อีกเรื่องเล็กๆ คือทำไมบูธวิศวะ มจธ. ซึ่งขอสปอนเซอร์จาก Show no limit ถึงใหญ่กว่าของอ่อนนุช 20...)
 
 
Cosplay
 
สำหรับเรื่อง Cosplay เพราะว่าเป็นการแต่งไปครั้งแรก เลยแต่งแก้เขินกันตั้งแต่วันศุกร์ ได้ผลตอบรับดีตั้งแต่วันแรก ขอถ่ายรูปมีนิดหน่อย (เพราะไม่มี acting อะไรเลย มีแต่ชุด) แต่มี Impact ตรงที่ได้คุยเล่นกับสตาฟและ GM ค่ายต่างๆ ด้วย คือโดนแซวบ้างถามบ้าง ชุดของเกมอะไร มีแม้แต่ให้แลกกับเสื้อเกม =_=" (คิดว่าแค่แซว) มันก็สนุกดีเพราะเดิมๆ ผมก็เดินฉับๆ อย่างเดียว
 
ขอบคุณจีใหม่ (GM ใหม่) ค่าย Ini3 ด้วยสำหรับประโยคบั่นทอนความมั่นใจ "คอสเกมนี้ช้าไปมั้ย เด็กเดี๋ยวนี้จะรู้จักหรอ" /:3
 
ส่วน Impact ของผมในวันแรกคือ การถูกถ่ายรูปในชุด Cosplay (High Priest) ครั้งแรกก็ได้รับคำถามเรื่องคอสกลุ่มไหนเลย ประหลาดใจนิดหน่อยแต่โดยสรุปคือจับกลุ่มคอสพาเหรดเกมเดียวกันในวันเสาร์
 
ในวันที่สองแผนเดิมคือแต่งไปแทรกๆ พาเหรดเขานิดหน่อย พลิกเป็นการไปแจมกับ Cosplayer ที่เป็นขาประจำงานต่างๆ มานานแล้วแบบไม่ต้องนัดกัน กลายเป็นกิลด์ปอริ่ง (Poring) เป็นแก๊งคอสเกม RO ประมาณสิบกว่าคน ซึ่งรั่วมาก ได้คุยกันตลอดงาน สนุกมากๆ และไม่ต้องเขินด้วย :) (โดนเรียกว่า "แฮร์รี่ ด้วยความที่ใส่แว่น และมาดคงจะให้? แถมไม่ได้แนะนำชื่อตัวเองในแก๊งเลย คุยอย่างเดียว)
 
มีน้องกระเทยคนนึง ตะโกนเสียงดังตอนกำลังเดินพาเหรดว่า "หล่ออ้ะ ขอถ่ายรูปหน่อย" เป็นคำชมที่ฟังชัดมาก ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ออกจากปากผู้หญิงก็เถอะ ก็ขอขอบคุณ :3 (แต่ผมไม่ได้ไม้ป่าเดียวกันนะ 555)
 
โลกของ Cosplay ทำให้เข้าใจความรู้สึกของคนถูกถ่ายรูปมากกว่าเดิม ถึงแม้ว่างานนี้ผู้ชายจะติดอยู่ในกล้องผู้เข้าชมงานน้อยกว่าผู้หญิง แต่ก็ยิงแฟลชกันรัวใช้ได้เลย ไม่ได้แสบตาแฟลชเท่าไหร่แต่ act ท่ากันเมื่อยเลยทีเดียว (ถึงแม้ว่าจะลอกท่าคนคอสชุดเดียวกันมาแบบไม่ได้คิดเอง)
 
แถมพอพยายามหาใน Social Network ก็พบภาพตัวเอง & เดอะแก๊งน้อยมาก (ว้า ไม่ค่อยคุ้มเมื่อย /:3)
 
ข้อเสียข้อเดียวที่แต่ง Cosplay คือไม่สามารถแบก Nikon DSLR มาสะพายไว้กดถ่ายเล่นได้ เลยทำให้ต้องฝากความหวังหนึ่งเดียวไว้ที่น้อง ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้ลองเปิดดูว่าถ่ายไปได้มากน้อย ดังนั้นปีหน้าอาจแปลนเป็นกล้อง Compact สักตัว
 
 
ส่งท้าย
 
สรุปว่าปีนี้งานดูกร่อยๆ ไปหน่อย แต่ได้เกมที่น่าเล่นเพิ่มเข้ามา 4 เกม (CS Online, S4Leage, Lime Odessey และ Dungeon Viva Zeed) และความสนุกสนานจากการแจม Cosplay มาชดเชยความกร่อยของงาน เข้าใจว่าเป็นเพราะสถานที่ไกลและคาดว่ามีต้นทุนสูงกว่าศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ คาดหวังว่าปีหน้าจะดีกว่านี้เพราะ BTS ช่วงแบริ่งจะไม่ฟรีอีกแล้ว การเดินทางยิ่งเปลืองเข้าไปอีก :P
 
สุดท้าย ...ชุดคอสดูเหมือนสีทองจะโดนชะไปกับแฟ๊บ =_=" ตรงผ้าส่วนล่างโดนหนักหน่อยเพราะสีทองเยอะ คงต้องหาวิธีแก้ก่อนเอาไปใส่ปีหน้าต่อ (ลืมเช็คชนิดผ้าว่ามันซักแฟ๊บได้ไหม)
 
Edit: เกือบลืมรูป ตอนนี้มีอยู่รูปเดียวที่เกือบครบแก๊ง ใครพบเห็นแก๊งนี้และมีรูปงามๆ รบกวนแจ้งทีนะครับ :3
(ได้โผล่บน manager เช่นกัน : http://www.manager.co.th/Game/ViewNews.aspx?NewsID=9550000006036)
 
ปล่อยร้างผิดวินัยที่ตัวเองตั้งใจว่าจะออก Entry รายปักษ์ไว้นานพอดู เรื่องที่จะเขียนนี้ มาจากการรับข่าวสารจากแหล่งต่างๆ บางเรื่องอาจไม่ถูกโรคกับการทำงานของรัฐ แต่ก็เป็น Fact ที่สังเกตได้
 
ช่วงนี้ผมเอารู้สึกว่าการเข้าถึงเว็บไซต์ต่างๆ ที่อยู่ต่างประเทศออกอาการโคม่าในช่วงหัวค่ำถึงเช้ามืดวันรุ่งขึ้นแทบทุกวัน โดยเข้าถึงเว็บทั้งหมดช้ากว่าที่ควรจะเป็น และ speed test ที่ทำได้จะอยู่ที่ 100 - 150kB/s (กรณีของ 3BB โดยทั่วไปจนถึงช่วงกลางปีที่ผ่านมาทำได้เฉลี่ย 250-300kB/s)
 
หลังจากผิดสังเกตมาอาทิตย์กว่า สัปดาห์ก่อนจึงตัดสินใจดูตัวเลือกอื่นๆ เพราะเข้าใจว่า 3BB เองอาจมีจำนวนผู้ใช้งานเกินขีดจำกัดของ Bandwidth เส้นที่เชื่อมออกนอกประเทศไปแล้ว และเป็นรายเดียวที่ยังไม่มี Gateway หรือช่องทางเชื่อมต่อเครือข่ายต่างประเทศ (รายใหญ่อย่าง True TOT และ CAT มี Gateway ต่อตรงเป็นของตนเอง ส่วนรายย่อยอื่นๆ ใช้การเช่าสายผ่านรายใหญ่อีกที)
 
ปรากฏว่าแม้แต่ True หรือ TOT เองก็มีการจำกัดความเร็วในลักษณะเดียวกัน คืออยู่ที่ 100-200kB/s คำถามคือเกิดอะไรขึ้นถึงได้ลดความเร็วลงเหมือนนัดหมายกันมาก่อน
 
สมมติฐานข้อหนึ่งคือความนิยมของ Youtube ที่มีการใช้งานไม่เว้นแม้แต่ตามงานโชว์ เว็บไซต์ หรือตาม Blog ส่วนตัว ซึ่งแม้แต่อเมริกาเองก็เคยประสบปัญหาการใช้ Bandwidth มหาศาลมาก่อน
 
อีกข้อคือปีนี้เป็นปีที่เว็บ Bittorrent ใหญ่ๆ ในไทยทยอยกันปิดตัวจากการโดนคดีต่างๆ ทั้งที่เป็นข่าวและไม่เป็นข่าว บางส่วนย้าย Server ออกไปนอกประเทศ เป็นไปได้ที่ปริมาณการรับส่งข้อมูลมหาศาลเหล่านั้นมีบางส่วนที่เลี่ยงไปใช้เส้นทางเชื่อมต่อต่างประเทศแทน จึงไปคอขวดที่นั่น
 
สรุปว่าควรจะนอนเร็วขึ้นและตื่นเช้าเพื่อเลี่ยงการจำกัดเอา ดูท่าจะแก้ไม่ง่ายนัก -_-"

[Life] ซื้อสเวนเซ่นที่ Ensogo

posted on 07 Nov 2011 12:15 by aimakun
ช่วงนี้ค่อนข้างถูกดูดกลืนเข้าไปใช้บริการซื้อสินค้าออนไลน์บ่อยครั้งขึ้นทีละน้อย
 
วันหนึ่งในเดือนตุลา น้องสาวให้ช่วยออกตังล่วงหน้า เพราะว่าจะซื้อดีล Ensogo ด้วยเหตุผลง่ายๆ คือวันเกิดแม่อยากจะซื้ออะไรให้ แล้วไปเห็นซื้อ 1 แถม 1 ของสเวนเซ่นพอดี
 
ทั้งบ้านเท่ากับ 2 ชุด สำหรับ 4 คน จัดไป 198 บาท ด้วยเหตุนี้ทำให้ได้ประสบการณ์ซื้อดีลเป็นครั้งแรก โดยก่อนหน้านี้ค่อนข้าง Anti กับเว็บดีลเพราะมันชอบให้ชวนเพื่อนสมัคร
 
ขั้นตอนจริงๆ ก็ไม่ได้เลวร้ายนัก สมัครบัญชี เลือกดีล แล้วก็จ่ายเงิน ผ่านได้หลายทางทั้ง Paysbuy เคาน์เตอร์เซอร์วิส โอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร หรือแม้แต่เครดิตการ์ด
 
ด้วยความที่บัตร VISA มันจะได้ส่วนลดเพิ่ม ก็เลยพึ่งใบบุญ K-cyberbanking ก็คราวนี้ ดีลนี้จึงเหลือไม่ถึง 180 บาท Embarassed (ทั้งที่จริงมันค่าเท่ากันกับโอนเงิน คือหักบัญชี)
 
สิ่งที่ได้เรียนรู้จาก Ensogo
  1. จ่ายง่าย สำหรับนักช็อป เที่ยว กิน คงทำให้กระเป๋าแบนได้ไม่ยากเย็น
  2. บางดีลของ Ensogo ก็ใกล้ตัวจนเกินคาด ถ้าติดตามดีๆ บางทีอาจได้ใช้ในยามจำเป็น
  3. ทุกดีลทำงานคล้ายโปรโมชั่นร้านค้า คือมีวันหมดอายุ แต่ Ensogo ก็ค่อนข้างแฟร์เพราะเจรจาเลื่อนขอบเขตออกไปได้ในยามฉุกเฉิน เช่นกรณีน้ำท่วม ทางสเวนเซ่นแจ้งว่า Ensogo ให้เลื่อนสิทธิออกไปถึง 15 ธ.ค. จาก 15 พ.ย.
  4. การใช้ดีล คือปริ้นท์จากเว็บไซต์แล้วเอาไปยื่นที่หน้าร้าน เข้าใจว่าคงใช้กับร้านที่อ่านบาร์โค้ดได้เป็นหลัก กรณีสเวนเซ่นคือจะเอาไปเช็คก่อนว่าดีลนี้ใช้ไปแล้วหรือยัง และตอนจ่ายตังก็ยื่นไปพร้อมบิลไอศครีม
  5. อันนี้งงนิดหน่อยที่ตอนยื่นใบดีลไป ให้เขียนอีเมลกับเบอร์โทรศัพท์ ยังไม่ทราบจุดประสงค์แน่ชัด

ส่วนร้านสเวนเซ่นเองนั้นช่วงนี้ไม่สะดวกนัก นอกจากของจะหมดหลายอย่าง (กล้วยและวิปครีมซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักเกือบทุกเมนูของร้าน และไอศครีมรสยอดนิยมแถวบนๆ) ก็เข้าใจว่าพนักงานลดลงจากการหายกลับบ้านบ้างอพยพบ้างตามสภาพ แต่อะไรที่หมดก็มีให้เลือกอย่างอื่นทดแทน ความลำบากครั้งนี้ไปตกที่น้องครับ จิ้มเลือกอะไรไป หมดทุกอัน Embarassed

นอกเรื่อง บลูเบอร์รี่ที่เลือกมาแทนกล้วยอร่อยมากครับ คราวหน้าต้องไม่พลาดที่จะเปลี่ยน Kiss

ข้อสรุปสำหรับ Ensogo: ติดตามบ่อยๆ อาจมีดีลที่ตรงใจ ไม่กั๊ก
ข้อสรุปสำหรับสเวนเซ่น (ในช่วงน้ำท่วม): ถ้าไม่ซีเรียสเป็นโอกาสในการเลือกรสแปลกๆ ที่ไม่ค่อยได้กิน แต่ถ้าซีเรียสรอให้น้ำท่วมผ่านไปก่อนค่อยมาจะดีกว่า